วิธีคำนวณขนาดถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาส ให้ผ่านเกณฑ์กฎหมายสิ่งแวดล้อม (พร้อมสูตรคำนวณ)

การออกแบบและเลือกขนาดถังบำบัดน้ำเสียสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม อาคารสูง และโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ เป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยการคำนวณทางวิศวกรรมอย่างแม่นยำ หากเลือกขนาดถังเล็กเกินไปจะส่งผลให้ระบบบำบัดทำงานเกินกำลัง น้ำเสียถูกกักเก็บไว้ในระยะเวลาที่ไม่เพียงพอต่อการย่อยสลาย ทำให้น้ำทิ้งที่ปล่อยออกสู่ภายนอกมีค่ามาตรฐานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ในทางกลับกัน การเลือกถังที่มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็นจะทำให้งบประมาณโครงการสูงขึ้นโดยไม่เกิดประโยชน์
การเข้าใจวิธีคำนวณและเกณฑ์การกักเก็บน้ำเสียตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม จะช่วยให้วิศวกร ผู้รับเหมา และผู้ประกอบการ สามารถเลือกสเปกถังบำบัดน้ำเสียได้อย่างถูกต้อง ประหยัดงบประมาณ และผ่านการตรวจอนุมัติจากหน่วยงานราชการได้อย่างราบรื่น
1. สูตรคำนวณปริมาณน้ำเสียต่อวัน (Daily Wastewater Flow Rate)
ขั้นตอนแรกในการเลือกขนาดถัง คือการประเมินปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นจริงในโครงการ โดยใช้อัตราการใช้น้ำและปริมาณการเกิดน้ำเสียต่อคนหรือต่อหน่วยกิจกรรม ตามมาตรฐานกรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรม
สูตรการคำนวณพื้นฐาน
ปริมาณน้ำเสียรวมต่อวัน (ลิตร/วัน) = จำนวนผู้ใช้อาคาร x อัตราการเกิดน้ำเสียต่อคนต่อวัน
โดยทั่วไป ค่าการเกิดน้ำเสียจะคิดเป็น 80% - 90% ของปริมาณน้ำใช้ทั้งหมด เนื่องจากน้ำบางส่วนถูกใช้อุปโภคบริโภคหรือระเหยไป
อัตราการเกิดน้ำเสียจำแนกตามประเภทอาคาร
- สำนักงานและโรงงาน (ไม่รวมน้ำเสียจากกระบวนการผลิต): 30 – 50 ลิตร / คน / วัน
- โรงงานอุตสาหกรรม (รวมห้องน้ำและโรงอาหาร): 50 – 70 ลิตร / คน / วัน
- คอนโดมิเนียม / อพาร์ตเมนต์: 150 – 200 ลิตร / คน / วัน
- โรงแรม / รีสอร์ต: 200 – 250 ลิตร / คน / วัน
- ร้านอาหาร / ศูนย์อาหาร: 10 – 15 ลิตร / Seat / วัน (หรือคิดตามจำนวนจานและปริมาณการล้าง)
2. การคำนวณเวลากักเก็บน้ำเสีย (Hydraulic Retention Time - HRT)
เมื่อได้ปริมาณน้ำเสียรวมต่อวันแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการคำนวณหาปริมาตรของถังบำบัดน้ำเสียที่ต้องใช้ โดยพิจารณาจากระยะเวลากักเก็บน้ำเสีย (HRT) เพื่อให้จุลินทรีย์ในระบบมีเวลาเพียงพอในการตกตะกอนและย่อยสลายสารอินทรีย์
สูตรการคำนวณขนาดความจุถัง
ขนาดความจุถังที่ต้องใช้ (ลิตร) = ปริมาณน้ำเสียรวมต่อวัน (ลิตร/วัน) x ระยะเวลากักเก็บ (วัน)
เกณฑ์ระยะเวลากักเก็บน้ำเสียตามประเภทระบบ
- ระบบเกรอะและตกตะกอน (Septic Tank): ต้องการเวลากักเก็บ 1.5 – 2.0 วัน เพื่อให้ตะกอนหนักตกสู่ตูดถังและเกิดการย่อยสลายแบบไร้อากาศ
- ระบบบำบัดสำเร็จรูปชนิดเกรอะกรองไร้อากาศ (Anaerobic Filter Tank): ต้องการเวลากักเก็บ 1.0 – 1.5 วัน
- ระบบบำบัดสำเร็จรูปชนิดเติมอากาศ (Aerobic Filter Tank): ต้องการเวลากักเก็บ 0.5 – 1.0 วัน เนื่องจากมีปั๊มเติมอากาศช่วยเร่งกระบวนการย่อยสลายของแบคทีเรีย ทำให้ใช้ขนาดถังที่เล็กลงได้
3. ตัวอย่างการคำนวณจริงสำหรับโครงการโรงงานอุตสาหกรรม
โจทย์: โรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งมีพนักงานทำงานในกะปกติจำนวน 300 คน ต้องการติดตั้งถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาสประเภทเกรอะกรองเติมอากาศ เพื่อบำบัดน้ำเสียจากสุขาและอาคารสำนักงาน
ขั้นตอนที่ 1: คำนวณปริมาณน้ำเสียต่อวัน
- คิดอัตราน้ำเสียพนักงานโรงงานที่ 50 ลิตร / คน / วัน
- ปริมาณน้ำเสีย = 300 คน x 50 ลิตร = 15,000 ลิตร/วัน (15 ลบ.ม./วัน)
ขั้นตอนที่ 2: คำนวณความจุถังบำบัด (เลือกระบบเติมอากาศ HRT = 1 วัน)
- ความจุถังที่ต้องการ = 15,000 ลิตร x 1 วัน = 15,000 ลิตร (15 ลบ.ม.)
ขั้นตอนที่ 3: การเลือกสเปกถังจริง
- ควรเผื่อ Safety Factor เพิ่มอีก 10% - 20% สำหรับปริมาณน้ำเสียที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคตหรือช่วงที่มีผู้มาติดต่อ
- ขนาดความจุถังไฟเบอร์กลาสที่ควรเลือกใช้คือ 18,000 – 20,000 ลิตร (18 - 20 ลบ.ม.)
4. ข้อกำหนดกฎหมายและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่ต้องระวัง
การวางระบบบำบัดน้ำเสียให้ผ่านเกณฑ์กฎหมาย ต้องพิจารณามาตรฐานค่าน้ำทิ้ง (Efluent Standards) ที่ปล่อยออกนอกพื้นที่โครงการ ดังนี้
- ค่า BOD (Biochemical Oxygen Demand): อาคารทั่วไปและโรงงานส่วนใหญ่กำหนดไว้ไม่เกิน 20 – 60 มิลลิกรัม/ลิตร ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทอาคาร
- ค่า COD (Chemical Oxygen Demand): สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมมักกำหนดไว้ไม่เกิน 120 มิลลิกรัม/ลิตร
- สารแขวนลอย (Suspended Solids - SS): กำหนดไว้ไม่เกิน 30 – 50 มิลลิกรัม/ลิตร
หากเป็นน้ำเสียจากกระบวนการผลิตที่มีสารเคมีปนเปื้อน หรือมีความเข้มข้นของค่า BOD สูง การเลือกใช้ถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาสทั่วไปอาจไม่เพียงพอ ต้องมีการเติมสารปรับสภาพ หรือออกแบบถังไฟเบอร์กลาสชนิดพิเศษที่ทนสารเคมีร่วมด้วย
สำหรับการวางแผนภาพรวมและการเลือกรูปทรงถังให้เหมาะกับโครงสร้างอาคาร คุณสามารถกลับไปอ่าน คู่มือเลือกและคำนวณขนาดถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาสสำหรับโรงงาน อาคาร และโครงการขนาดใหญ่ เพื่อดูภาพรวมข้อดีของถังแต่ละประเภท
นอกจากเรื่องขนาดความจุแล้ว ความแข็งแรงของโครงสร้างถังก็มีส่วนสำคัญต่อการรับแรงดันน้ำเสีย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เปรียบเทียบถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาส เกรดอุตสาหกรรม VS เกรดทั่วไป แตกต่างกันอย่างไร เพื่อเลือกใช้ถังที่ได้มาตรฐานความหนาทางวิศวกรรม
หากต้องการประเมินราคาและงบประมาณการจัดซื้อถังบำบัดขนาดใหญ่ สามารถตรวจสอบปัจจัยที่มีผลต่อราคาได้ใน เช็กลิสต์ก่อนซื้อ ถังบำบัดไฟเบอร์กลาส ราคาโรงงาน มีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อราคา
ติดต่อ เซฟ ไฟเบอร์กลาสแทงค์ เอ็นจิเนียริ่ง
บริษัท เซฟ ไฟเบอร์กลาสแทงค์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด พร้อมให้บริการคำนวณขนาดถังบำบัดน้ำเสียตามหลักวิศวกรรมโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เราเป็นโรงงานผลิตและจำหน่ายถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาสถังแซทถังเก็บน้ำ และถังสารเคมีมาตรฐานอุตสาหกรรม การันตีคุณภาพชิ้นงานด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี สินค้าแข็งแรง ทนทาน ควบคุมการผลิตพิถีพิถันทุกขั้นตอน พร้อมจัดส่งและติดตั้งทั่วประเทศในราคาโรงงาน